|
|
|
เมื่อ พรมแผ่น เปียกน้ำจากน้ำหก น้ำรั่ว หรือฝนสาด สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการให้รวดเร็ว เพราะความชื้นที่สะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดเชื้อรา กลิ่นอับ และลดอายุการใช้งานของพรมได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเชื้อราแนะนำให้ทำวัสดุที่เปียกแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเชื้อราอย่างมีประสิทธิภาพ |
|
|
เมื่อพบว่าพรมเปียก ควรใช้ผ้าแห้ง ผ้าขนหนู หรือเครื่องดูดน้ำ ซับน้ำออกทันที หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ เพราะอาจทำให้น้ำซึมลึกลงไปในเส้นใยและชั้นรองพื้น |
|
|
|
ข้อดีของ พรมแผ่น คือสามารถถอดออกเป็นแผ่นได้ง่าย หากน้ำซึมลงด้านล่าง ควรยกแผ่นพรมขึ้น เพื่อให้ทั้งตัวพรมและพื้นด้านล่างได้รับการระบายอากาศและแห้งพร้อมกัน ซึ่งช่วยลดการสะสมของความชื้นใต้พรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
|
|
|
เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม หรือใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) เพื่อช่วยให้อากาศไหลเวียนและเร่งการแห้ง หลีกเลี่ยงการม้วนหรือกองพรมที่ยังเปียก เพราะจะทำให้ความชื้นสะสมและเกิดกลิ่นอับได้ง่าย |
|
|
|
หากมีคราบสกปรก ให้ใช้น้ำผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยนเช็ดเฉพาะจุด จากนั้นเช็ดด้วยน้ำสะอาดและปล่อยให้แห้งสนิทก่อนนำพรมกลับไปติดตั้ง |
|
|
|
หากพรมมีกลิ่นอับ มีจุดดำ จุดเขียว หรือพบเชื้อราขึ้นบนเส้นใย ควรแยกแผ่นที่เสียหายออกและพิจารณาเปลี่ยนใหม่ เพราะวัสดุที่มีรูพรุนอย่างพรมอาจกำจัดเชื้อราได้ไม่หมดหากเชื้อราเจริญเติบโตแล้ว |
|
|
|
เมื่อ พรมแผ่น เปียกน้ำ สิ่งสำคัญคือการรีบซับน้ำ ยกแผ่นพรมออก เร่งการระบายอากาศ และทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมง การดูแลอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของพรมให้สวยงามและพร้อมใช้งานได้อีกยาวนาน |
|
|
|
https://www.carpetworkz.com/products/needlepunch-carpet |
|
| |